Codematics logoรีโมททีวีอเนกประสงค์

ภาษา

IR Blaster หรือแอปรีโมททีวีผ่าน WiFi – คุณต้องการแบบไหนกันแน่?

14 กรกฎาคม 2569

IR vs Wifi for TV Remote App

ทั้งแอปรีโมทแบบ IR blaster และแบบ WiFi ต่างก็ใช้งานได้ดี แต่เหมาะกับทีวีคนละประเภทกัน แอปที่ใช้ระบบ IR เหมาะสำหรับทีวีรุ่นเก่าหรือทีวีที่ไม่ใช่สมาร์ททีวี ในขณะที่รีโมทแบบ WiFi ถูกออกแบบมาสำหรับสมาร์ททีวีรุ่นใหม่ หากคุณใช้แอปรีโมทควบคุมทีวีสารพัดประโยชน์อย่าง Universal TV Remote Control แอปจะสามารถรองรับทั้งสองวิธีได้อย่างราบรื่น ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และทีวีของคุณ


IR Blaster คืออะไร และทำงานอย่างไร?

IR blaster (ตัวส่งสัญญาณอินฟราเรด) ทำงานเหมือนกับรีโมททีวีแบบดั้งเดิมทุกประการ โดยจะส่งสัญญาณแสงที่มองไม่เห็นเพื่อควบคุมทีวีของคุณ โทรศัพท์ของคุณต้องมี IR blaster ในตัวจึงจะสามารถใช้แอปรีโมทแบบ IR ได้ เนื่องจากมันทำหน้าที่เป็นตัวส่งสัญญาณทางกายภาพ


ข้อดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? มันใช้งานได้กับทีวีแทบทุกรุ่น ไม่ว่าจะเก่าแค่ไหนหรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้หรือไม่ก็ตาม โทรศัพท์ Xiaomi หลายรุ่น สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นเก่าของ Samsung และอุปกรณ์บางรุ่นของ Huawei ก็ยังคงมี IR blaster ติดตั้งมาให้


ไม่จำเป็นต้องใช้ WiFi จับคู่อุปกรณ์ หรือตั้งค่าใดๆ เพียงเปิดแอป เล็งโทรศัพท์ไปที่ทีวี แล้วก็เริ่มควบคุมได้ทันที


แม้สมาร์ททีวีจะได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ทั่วโลกก็ยังมีทีวีที่ไม่ใช่สมาร์ททีวีอยู่หลายล้านเครื่องที่ยังใช้งานอยู่ ทำให้รีโมทแบบ IR ยังคงมีความสำคัญอยู่มาก


แอปรีโมทควบคุมทีวีผ่าน WiFi คืออะไร และทำงานอย่างไร?

รีโมทควบคุมสมาร์ททีวีผ่าน WiFi ทำงานโดยการสื่อสารกับทีวีของคุณผ่านเครือข่ายท้องถิ่นเดียวกัน แทนที่จะส่งสัญญาณผ่านแสง มันจะใช้การเชื่อมต่อ WiFi ในบ้านของคุณเพื่อส่งคำสั่งไปยังทีวีโดยตรง


หากต้องการใช้งาน ทั้งโทรศัพท์และทีวีของคุณต้องเชื่อมต่อกับเครือข่าย WiFi เดียวกัน วิธีนี้ใช้ได้กับสมาร์ททีวีจากแบรนด์ต่างๆ เช่น Samsung, LG, Sony, Android TV, Roku และ Fire TV


ต่างจาก IR ตรงที่รีโมทแบบ WiFi มีฟีเจอร์ขั้นสูงมากมาย เช่น การเปิดแอป การป้อนข้อมูลด้วยแป้นพิมพ์ แถบเลื่อนปรับระดับเสียง และยังสามารถรับข้อมูลตอบกลับแบบเรียลไทม์จากทีวีได้อีกด้วย


อย่างไรก็ตาม หาก WiFi ของคุณใช้งานไม่ได้ หรือทีวีของคุณไม่รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย วิธีนี้จะใช้งานไม่ได้ ข่าวดีก็คือไม่จำเป็นต้องมีฮาร์ดแวร์ IR เลย สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่แทบทุกเครื่องสามารถใช้รีโมทแบบ WiFi ได้


โทรศัพท์ของคุณรองรับแบบไหน?

หากต้องการตรวจสอบว่าโทรศัพท์ของคุณรองรับ IR หรือไม่ ให้ดูที่ข้อมูลจำเพาะของอุปกรณ์ หรือมองหา IR blaster ในเมนูการตั้งค่า นอกจากนี้คุณยังสามารถติดตั้งแอปรีโมทควบคุมทีวีสารพัดประโยชน์แล้วดูว่ามีโหมด IR ให้เลือกใช้หรือไม่


สมาร์ตโฟน Android รุ่นใหม่ส่วนใหญ่เลิกติดตั้ง IR blaster หลังปี 2016–2018 ส่วน iPhone ไม่เคยรองรับ IR เลยแม้แต่รุ่นเดียว ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ iOS ต้องพึ่งพารีโมทควบคุมสมาร์ททีวีผ่าน WiFi เพียงอย่างเดียว


หากคุณไม่แน่ใจ วิธีที่ง่ายที่สุดคือใช้แอปที่สามารถตรวจจับและสลับโหมดระหว่าง IR และ WiFi ได้โดยอัตโนมัติ


ทีวีของคุณรองรับแบบไหน?

หากทีวีของคุณเป็นรุ่นสมาร์ท (โดยทั่วไปคือปี 2015 หรือใหม่กว่า) ก็มีแนวโน้มว่าจะรองรับการควบคุมผ่าน WiFi แบรนด์อย่าง Samsung, LG, Sony, TCL และ Hisense ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้


หากทีวีของคุณไม่มีแอปในตัวอย่าง Netflix หรือ YouTube ก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นทีวีที่ไม่ใช่สมาร์ททีวี และจำเป็นต้องใช้การควบคุมแบบ IR


สมาร์ททีวีบางรุ่นยังคงรองรับทั้ง IR และ WiFi ควบคู่กัน ทำให้คุณมีตัวเลือกทั้งสองแบบ


หากต้องการตรวจสอบความเข้ากันได้ของแต่ละแบรนด์ คุณสามารถดูได้ที่:


  • /brands/samsung-tv

  • /brands/lg-tv

  • /brands/android-tv

อ่านเพิ่มเติม: เราสามารถใช้ฮอตสปอตเพื่อเชื่อมต่อแอป Universal TV Remote Control ได้หรือไม่?

คุณจำเป็นต้องเลือกจริงหรือ?

ในความเป็นจริง ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง IR blaster กับแอปรีโมทควบคุมทีวีผ่าน WiFi แอปรีโมทควบคุมทีวีสารพัดประโยชน์ที่ดีจะจัดการทั้งสองอย่างให้โดยอัตโนมัติ


ตัวอย่างเช่น Universal TV Remote Control สามารถตรวจจับได้ว่าทีวีของคุณต้องการ IR หรือ WiFi แล้วเชื่อมต่อให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ


ลองนึกภาพดูสิ: คุณมีสมาร์ททีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น และมีทีวีรุ่นเก่าอยู่ในห้องนอน แทนที่จะต้องสลับแอปไปมา โซลูชันเดียวก็สามารถควบคุมทั้งสองเครื่องได้อย่างราบรื่น


ด้วยการรองรับแบรนด์ทีวีมากกว่า 700 แบรนด์ และพร้อมใช้งานทั้งบน Android และ iOS จึงช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้ากันได้อีกต่อไป


คุณสามารถสำรวจแอปนี้ได้โดยตรงจากหน้าแรก


สถานการณ์การใช้งานจริง – วิธีไหนเหมาะกับสถานการณ์ของคุณ

  • ทำรีโมทของสมาร์ททีวีหาย → รีโมทแบบ WiFi ใช้งานได้ทันที
  • พักที่โรงแรมที่มีทีวีรุ่นพื้นฐาน → ต้องใช้ IR blaster
  • ใช้ทีวี Toshiba หรือ Philips รุ่นเก่า → รองรับเฉพาะ IR เท่านั้น
  • ดูแลทีวีหลายเครื่องภายในบ้าน → ใช้แอปที่รองรับทั้งสองระบบ
  • ใช้ iPhone → รองรับเฉพาะ WiFi เท่านั้น
  • WiFi ใช้งานไม่ได้ → IR คือทางเลือกสำรองของคุณ

กรณีตัวอย่างจากชีวิตจริงเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีทั้งสองแบบตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน และการมีทั้งสองแบบไว้ใช้งานคือทางเลือกที่ดีที่สุด

บทสรุป

ไม่มีผู้ชนะที่ตายตัวในการถกเถียงระหว่าง IR blaster กับแอปรีโมทควบคุมทีวีผ่าน WiFi เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับทีวีและโทรศัพท์ของคุณโดยสิ้นเชิง IR มีความน่าเชื่อถือและใช้งานได้ทุกที่ ส่วน WiFi มอบฟีเจอร์ที่ชาญฉลาดกว่าสำหรับทีวีรุ่นใหม่


ทางออกที่ดีที่สุดคือการเลือกแอปที่รองรับทั้งสองระบบ เพื่อให้คุณไม่ต้องพบกับปัญหาควบคุมทีวีไม่ได้อีกต่อไป Universal TV Remote Control รองรับแบรนด์มากกว่า 700 แบรนด์ พร้อมความสามารถทั้ง IR และ WiFi


ลองใช้งานฟรีได้ที่ Android หรือ iOS


คำถามที่พบบ่อย

Q1. ฉันสามารถใช้แอปรีโมทผ่าน WiFi โดยไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้หรือไม่?

A: ได้ แอปรีโมทผ่าน WiFi ทำงานผ่านเครือข่ายท้องถิ่นของคุณ ตราบใดที่โทรศัพท์และทีวีของคุณเชื่อมต่อกับเราเตอร์เดียวกัน แอปก็จะทำงานได้แม้ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต


Q2. iPhone รองรับการควบคุมทีวีด้วย IR blaster หรือไม่?

A: ไม่รองรับ iPhone ไม่มี IR blaster ผู้ใช้ iOS สามารถใช้ได้เฉพาะแอปรีโมทที่ทำงานผ่าน WiFi ซึ่งเข้ากันได้กับสมาร์ททีวีเท่านั้น


Q3. ระหว่าง IR กับ WiFi แบบไหนน่าเชื่อถือกว่ากัน?

A: IR มีความเสถียรมากกว่าสำหรับฟังก์ชันพื้นฐาน เนื่องจากไม่ต้องพึ่งพาความเสถียรของเครือข่าย ส่วน WiFi มีฟีเจอร์มากกว่าแต่อาจได้รับผลกระทบจากปัญหาเครือข่ายได้


Q4. แอปเดียวสามารถรองรับทั้ง IR และ WiFi ได้หรือไม่?

A: ได้ แอปอย่าง Universal TV Remote Control สามารถตรวจจับประเภททีวีของคุณโดยอัตโนมัติ และเชื่อมต่อโดยใช้ IR หรือ WiFi ก็ได้


Q5. หากสมาร์ททีวีของฉันไม่ถูกตรวจพบผ่าน WiFi ควรทำอย่างไร?

A: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทั้งสองเชื่อมต่อกับเครือข่ายเดียวกัน ลองรีสตาร์ททีวีและแอป แล้วตรวจสอบความเข้ากันได้ หากจำเป็น ให้ใช้ IR หากโทรศัพท์ของคุณรองรับ



โดย Uzair